ไก่เปิดบ้านต้อนรับสิงห์ เปิดศึกคู่บิ๊กแมตซ์

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษในนัดนี้นั้นก็จะเป็นคู่ของระหว่าง สเปอร์ส ที่จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี นั้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคู่ที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก เพราะทางด้านเชลซี นั้นก็ต้องการที่จะเก็บสามแต้มเพื่อที่จะได้อัพเลเวลต่อไปนั่นเอง

ซึ่งความพร้อมของทั้งสองทีมนั้น มากันที่ทางด้านสเปอร์สกันก่อนเลยนะครับ การคุมทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ นั้น ซึ่งก็ได้สองนักเตะที่เป็นแรงกำลังหลักในการที่จะสู้กับเกมรับอย่าง ไคล์ วอล์คเกอร์ กับ แยน แฟร์ต็องเก้  ซึ่งตอนนี้นั้นสองนักเตะคนดังกล่าวก็ได้พ้นโทษได้มีโอกาสคืนฟอร์มกับมาอีกครั้งนึง ซึ่งแผนการเล่นในวันนี้นั้นก็น่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 เพื่อที่จะได้ปรับคู่ต่อสู้กันได้ดุเดือดเผ็ดมันนั่นเอง ส่วนความพร้อมของทางด้านเชลซีกันบ้างนะครับ ซึ่งการคุมทีมของ คอนเต้ นั้น ก็ต้องบอกว่าในฤดูกาลนี้นั้นฟอร์มอันร้อนแรงของเชลซีนั้นก็ได้กลับมาอีกแล้วนะครับท่าน ซึ่งงานนี้ จอห์น เทอร์รี่ นั้นก็ยังไม่สามารถที่จะลงสนามได้อย่างแน่นอน เนื่องจากยังมีอาการบาดเจ็บอยู่นั่นเอง ซึ่งเกมนี้นั้นเชลซี ก็น่าจะใช้ระบบ 4-2-2 ในการเปิดศึกในครั้งนี้ และรับรองเลยนะครับว่า เชลซี นั้นก็อาจจะสามารถที่จะเก็บสามแต้มในเกมนี้ไปได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามนั้นเกมคู่นั้นผลการแข่งขันก็อาจจะมีผลออกมา 50% นะครับ ซึ่งมันสามารถที่จะพลิกล็อกกันได้ตลอดเวลา แต่งานนี้เชลซีน่าจะได้เปรียบมากกว่า ด้วยฟอร์มการเล่น ตัวนักเตะ และประสิทธิภาพแล้วนั้น คอนเต้ ก็จะไม่ยอมปล่อยให้เชลซี จากไปไหนแน่นอน ต้องติดตามกันให้ได้นะครับถือเป็นอีกหนึ่งคู่ที่น่าติดตามจริงๆ

ข้อมูลโดยเว็บไซต์ แทงบอลออนไลน์

เหตุผลที่ซันเดอร์แลนด์ควรตกชั้นในฤดูกาลนี้

ฟอร์มการเล่นของซันเดอร์แลนด์ในช่วงนี้นั้นก็ต้องยอมรับนะครับว่าไม่สามารถที่จะทำได้ตารมเป้าหมายสักเท่าไร ซึ่งถ้าให้มองจากรูปร่างภายนอกนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่ไม่ค่อยจะมีคุณภาพสักเท่าไรนัก นับวันเหมือนรอคอยวันตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกนั่นเอง

ซึ่งเหตุผลที่ซันเดอร์แลนด์ควรจะตกชั้นนั้น ทีม sbo ประเทศไทย จะมาสรุปให้ทราบกัน คือ 1. เกมรับที่ 100% แต่เกมรุกนั้นไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งก็แน่นอนนะครับว่าการเล่นของซันเดอร์แลนด์ในฤดูกาลนี้นั้นเกมรุกแทบที่จะไม่ได้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เกมรับนั้นถือว่าจัดหนักจัดเต็มทุกรูปแบบซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ไม่สามารถทำผลงานได้ดีเลย 2. บล็อกที่ติดลบ ซึ่งแนวรับของซันเดอร์แลนด์นั้นก็ต้องบอกว่า ห่วยขั้นสุดยอดไปเลยนะครับ ซึ่งการที่เล่นอยู่ในสนามนั้นก็ดูเหมือนไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไรนัก 3. การมีผู้รักษาประตูที่อ่อน จอร์แดน พิคฟอร์ด นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งผู้รักษาประตูที่ไม่สามารถจะทำผลงานได้ดีสักเท่าไรนั้น ซึ่งการที่มาเฝ้าเสาให้กับซันเดอร์แลนด์นั้นก็ไม่สามารถที่จะช่วยให้ทีมนั้นได้ประโยชน์อะไรกลับมาเลยแม้แต่นิดเดียว  4. ผู้เล่นในทีมที่ย่ำแย่ ซึ่งแน่นอนนะครับว่าในแต่ละเกมนั้นผู้เล่นของซันเดอร์แลนด์นั้นดูเหมือนไม่ค่อยได้รู้จักกันสักเท่าไร หรือไม่ค่อยได้ซ้อมกันมากนัก ซึ่งมันก็คืออีกหนึ่งเหตุผลที่สามารถทำให้ทีมนั้นแย่ลงไปด้วยนั่นเอง และข้อสุดท้ายนั้น การมีผู้จัดการที่ที่ล้าสมัย ซึ่ง เดวิด มอยส์ นั้นก็ถือเป็นอดีตนักเตะที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วนะครับ ซึ่งการมาคุมซันเดอร์แลนด์นั้นก็ยังไม่สามารถที่จะนำพาทีมนั้นประสบความสำเร็จได้เลย เพราะ เดวิด มอยส์ นั้นไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะสามารถคุมทีมได้นั่นเอง

เดโฟ ช่วย แมวดำ เปิดรังเจ๊า หงส์แดง 2-2

เกมนี้ฟอร์มการเล่นของลิเวอร์พูลน่าจะเหนือกว่า ซันเดอร์แลนด์อย่างเห็นได้ชัดนะครับ โดยไม่ว่าจะเป็นตัวผู้เล่น หรือ คุณภาพของทีมนั้น ซึ่งในเกมนี้ลิเวอร์พูลน่าจะสามารถที่จะเก็บชัยชนะไปได้อย่างแน่นอน แต่สุดท้ายแล้วเกมนี้ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันดันไปเจ๊ากับแมวดำ หรือซันเดอร์แลนด์ 2-2 ทำให้พลาดเก็บสามแต้มไปอย่างน่าเสียดาย

เปิดเกมนี้มาเพียงแค่ 6 นาทีเท่านั้นทางด้านแมวดำก็ได้บุกซัดลิเวอร์พูลเลยนะครับ ซึ่งก็ได้มีโอกาสในการปั่นฟรีคิก แต่น่าเสียดาย ลาร์สลันนั้นได้เปิดบอลไปแต่โดนจัดล้ำหน้าเสียก่อน แต่แล้วไม่กี่นาทีต่อมานั้นทางด้านลิเวอร์พูลก็มีโอกาสสวนกลับบ้างนะครับ ซึ่ง สเตอร์ริดจ์นั้นก็ได้ จบด้วยการยิงแต่แล้วดันไปติดเซฟน่าเสียด่าย แต่ทางด้านลิเวอร์พูลก็ทำเกมบุกต่อนะครับซึ่ง จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลคุม นั้นก็ได้ซัดไปแต่ประตูสามารถที่จะปัดเซฟไว้ได้ทัน และในนาทีที่ 18 นั้นทางด้านลิเวอร์พูลก็สามารถที่จะทำประตูขึ้นนำไปได้ก่อนนะครับ 1-0 โดยลูกนี้นั้นทางด้าน มิลเนอร์นั้นก็ได้เปิดลูกเตะมุมก่อนที่ ลอฟเรน นั้นจะวอลเล่ย์เข้าไป ทำให้ สเตอร์ริดจ์แซกตัวเข้ามาโหม่งซัดเข้ากรอบไปอย่างสวยงาม แต่ดีใจตดยังไม่หายเหม็นทางด้านซันเดอร์แลนด์ก็มาได้ประตูตีเสมอสำเร็จโดยลูกนี้นั้นเป็นจุดโทษที่ทางด้าน เอ็นดอง นั้นก็ทำพลาด ทางด้าน เดโฟ นั้นก็ซัดเข้ากรอบตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ ซึ่งในเกมครึ่งแรกนั้นทั้งสองทีมนั้นก็สู้กันอย่างสนุกมา จบเกมครึ่งแรกเสมอกันไป 1-1 โดยในเกมครึ่งหลังนั้น ทางด้านซันเดอร์แลนด์ก็ทำเกมเข้าบุกกันต่อเนื่อง แต่แล้วในนาทีที่ 60 ทางด้านลิเวอร์พูลก็เกือบจะทำประตูขึ้นนำไปก่อนนะครับ ซึ่งโดนจับล้ำหน้าไปก่อนอย่างน่าเสียดาย หลังจากที่ทั้งสองทีมนั้นได้บุกกันไปบุกกันมานั้นจนกระทั้งในนาทีที่ 72 ลิเวอร์พูลก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง ซึ่งลูกนี้นั้น มาเน ก็ได้ซัดจ่อเน้นๆ ยิงเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ซึ่งเกมนี้ก็ดูเหมือนว่าหงส์แดงกำลังจะได้ชัยชนะแล้วนะครับแต่แล้วในนาทีที่ 84 แมวดำก็สามารถที่จะตีเสมอได้สำเร็จอีกแล้ว โดยลูกนี้นั้น เดโฟ คนเก่าคนเดิมนั้นก็ได้สังหารเข้ากรอบไปอย่างสวยงาม ทำให้เกมนี้ทั้งสองทีมก็สู้กันอย่างเมามันส์มาก ทำให้จบเกมเสมอกันไป 2-2 เก็บไปคนละหนึ่งแต้มเท่านั้นเอง

เจ็บเยอะฟอร์มเลยแย่ !! เวนเกอร์เผยเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ๊า บอร์นมัธ

งานนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ นั้นก็มานั่งบ่นถึงเกมที่ผ่านมานะครับ โดยในเกมนี้นั้น อาร์เซน่อลเองนั้นก็มีนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บอยู่มากมายเช่นกัน เลยส่งผลให้ฟอร์มการเล่นนัดที่ผ่านมานั้นก็ไม่สามารถที่จะเอาชนะ บอร์นมัธไปได้เลย ทำให้ในเกมนั้นเก็บไปคนละหนึ่งแต้มเท่านั้นเอง

ซึ่งเกมในช่วงแรกนั้นทางด้านอาร์เซน่อล ก็เป็นฝ่ายที่ถูกขึ้นนำไปก่อนนะครับ แต่หลังจากนั้นก็สามารถที่จะกลับมาไล่ตีเสมอได้สำเร็จ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กหรือทีมใหญ่นั้นก็ไม่สามารถที่จะประมาทได้เลยแม้แต่นิดเดียวนะครับ ซึ่งฟอร์มการเล่นของ บอร์นมัธ นั้นก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าติดตามเป็นอย่างมากนะครับ โดยการที่สามารถทำประตูขึ้นนำห่างกับอาร์เซน่อลได้นั้นถือว่าสุดยอดจริงๆ ซึ่งปัญหาอาการบาดเจ็บของอาร์เซน่อลนั้นก็น่าจะมาจากการที่ อาร์เซน่อลนั้นได้ลงเล่นติดต่อกันเลยทำให้นักเตะนั้นมีอาการบาดเจ็บไปตามๆ กัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขเป็นการด่วนนะครับ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ อาร์เซน่อล ก็อาจจะไม่มีฟอร์มสุดยอดไปสู้กับทีมอื่นได้แน่นอน เอาเป็นว่าเกมที่ผ่านมานั้นอาร์เซน่อลก็คงไม่ต้องคิดมากต่อไป เพราะหลังจากเกมนี้นั้น เวนเกอร์ ก็จะต้องปรับทัพ และปรับแผนการเล่นใหม่ทั้งหมด เพื่อที่จะได้สู้กับคู่แข่งได้อย่างสบายๆ นั่นเอง ซึ่งอย่างไรก็ตามนั้นก็ยังดีที่สามารถไล่ตีเสมอมาได้ ไม่เช่นนั้นก็จะพลาดในการเก็บคะแนนไปอย่างน่าเสียดายจริงๆ ถึงแม้ว่าในตอนนี้ อาร์เซน่อลนั้นจะมีนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ผมก็เชื่อนะครับว่า เวนเกอร์ จะสามารถที่จะนำฟอร์มการเล่นกลับมาได้แน่นอน

ต้องปิดสกอร์ให้ได้

รูปเกมส์ถือว่าทำได้ดี แต่จังหวะการปิดสกอร์ทำได้ไม่ดีพอ สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของกุนซือ โจเซ่ มูรินโญ่ ที่ทำได้แค่เสมอกับ สโต๊ค ซิตี้ 1-1 ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ในช่วงพักเบรคสองสัปดาห์ กุนซือ โจเซ่ มูรินโญ่ จะต้องติวเข้มลูกทีมอย่างหนักในการที่จะทำให้ลูกทีมสามารถปิดสกอร์ให้ได้ดีกว่าเดิม เพื่อเพิ่มโอกาสในการเก็บชัยชนะให้ได้

สำหรับฟอร์มการเล่นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในช่วงนี้ก็ถือว่ายังทรงตัวอยู่ ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก แต่จุดเด่นของทีมชุดนี้คือวินัยในเกมส์รับที่ทำได้ดีเสมอมา นับตั้งแต่มูรินโญ่เข้ามาคุมทีม โดยนักเตะทุกคนต้องลงมาช่วยเกมส์รับ ซึ่งผลการแข่งขันก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาทำได้ดีเพียงใด แต่สำหรับเกมส์รุกของทีมกลับมีปัญหาอย่างชัดเจน เพราะแม้ว่าจะมีนักเตะอย่าง ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช ก็ตาม และมีตัวรุกอย่าง เวยน์ รูนี่ย์ พอล ป็อกบา ฮวน มาต้า พอล ป็อกบา และ มาร์คัส เรชฟอร์ด   แต่ไม่สามารถที่จะทำประตูได้เยอะ แม้ว่าจะทำเกมส์ได้ดีก็ตาม  ดังนั้นการจบสกอร์ของทีมจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องรีบแก้ไขให้ทันท่วงที เพราะว่าถ้าต้องการชัยชนะก็ต้องทำประตูให้ได้มากกว่าเดิม ดังนั้นจึงต้องเน้นเรื่องนี้เป็นหลักก่อน สำหรับนัดต่อไปของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขาจะต้องเล่นเกมส์สำคัญกับ ลิเวอร์พูล ที่สนามแอนฟิล์ด ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นบททดสอบที่ดีว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะทำได้ดีขึ้นหรือไม่ บทความโดยทีมงาน sbobet ประเทศไทย

หงส์แดง มาถูกทางแล้ว

ถ้าใครได้ติดตามการดูบอลสดของทีมหงส์แดง ลิเอวร์พูลก็คงจะทราบว่าผลงานในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี สำหรับหงส์แดง ลิเวอร์พูล ของกุนซือ เจอร์เก็น คอปป์ ที่เก็บชัยชนะมาได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผ่านการชนะในฟุตบอลลีกมา 4 นัด ติดต่อกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ซึ่งทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลต่างก็มั่นใจว่าปีนี้ทีมของพวกเขามีโอกาสที่จะลุ้นแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอย่างแน่นอน

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้เป็นอย่างดีในตอนนี้ ต้องยกเครดิตให้กับ เจอร์เก็น คอปป์ ที่สามารถสร้างทีมได้ดีอย่างมาก โดยเฉพาะเกมส์รุกที่สามารถทำได้อย่างดีเยี่ยมนักเตะใหม่อย่าง ซาวิโอ มาเน่  จอร์จิโอ ไวนัจดุม สามารถประสานงานกับ เจมส์ มิลเนอร์ จอร์แดน แฮนเดอร์สัน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ โรแบร์โต เฟอร์มิโน ได้เป็นอย่างดี แม้ว่ากองหน้าอย่าง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ จะยังไม่สามารถทำผลงานได้ดีเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าโดยรวมช่วยทีมได้ในระดับหนึ่ง  สำหรับทางด้านกองหลังชุดนี้ก็ถือว่าทำผลงานได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะนักเตะใหม่อย่าง มาทิป ถือว่าเข้ามาทำให้กองหลังแน่นขึ้นอย่างมาก  ซึ่งเมื่อเอาชุดนี้มาผสมกันแล้วถือว่าลงตัวอย่างมากจริงๆ  สำหรับโปรแกรมการแข่งขันนัดต่อไปของลิเวอร์พูล ถือว่าเป็นเกมส์ที่สำคัญ โดยจะเปิดสนามแอนฟิล์ด รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แน่นอนว่าผลของการแข่งขันนัดนี้น่าจะส่งผลต่อการลุ้นแชมป์ของทั้งสองทีมแน่นอน แต่เชื่อว่าเกมส์นี้ลิเวอร์พูลน่าจะมีทีเด็ดเพียงพอที่จะไม่แพ้คาบ้านอย่างแน่นอน

สรุปฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 7

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 7 ที่ผ่านมาถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากมายในตารางการอันดับการแข่งขัน โดยเฉพาะทีมในกลุ่มหัวตาราง โดยจะมีผลการแข่งขันคู่ใดบ้างไปติดตามกันเลย

เริ่มที่คู่แรก เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านเสมอกับ คริสตัล พาเลซไป 1-1 สวอนซี ซิตี้ เปิดบ้านแพ้ให้กับลิเวอร์พูลไป 1-2 ฮัลส์ ซิตี้ แพ้ให้กับ เชลซีไป 0-2 โดยนัดนี้ วิลเลี่ยนส์ ทำประตูได้อย่างสวยงาม  ซันเดอร์แลนด์ ของ เดวิด มอยส์ ยังไม่ฟื้นตัว โดยทำได้แค่เสมอ เวสตบรอมวิช อัลเบี้ยน 1-1 วัตฟอร์ด เสมอกับ บอร์นสมัธ 2-2  เวสตแฮม ยูไนเต็ด เสมอกับ มิดเดิลสโบรห์ 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของโจเซ่ มูรินโญ่ เสมอกับ สโต๊ค ซิตี้ 1-1  เลสเตอร์ ซิตี้ เสมอกับ เซาแธมป์ตัน 0-0  สเปอร์ส ถือว่าทำผลงานได้อย่างเยี่ยมยอดโดยเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 2-0 และคู่สุดท้าย เบิร์นลี่ย์ แพ้ให้กับ อาร์เซน่อล 0-1

สรุปตารางอันดับล่าสุดของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกล่าสุดหลังผ่านการลงเล่นไป 7 นัด  แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังนำเป็นอันดับที่ 1 โดยแข่ง 7 นัด มีอยู่ 18 คะแนน อันดับที่ 2 สเปอร์ส แข่ง 7 นัด มี 17 คะแนน อันดับที่ 3 อาร์เซน่อล  แข่ง  7 นัด มีอยู่ 16 คะแนน อันดับที่ 4 ลิเวอร์พูล แข่ง 7 นัด  มี 16 คะแนนเท่ากัน  และอันดับที่ 5 เอฟเวอร์ตัน มี 14 คะแนน จากการลงเล่น 7 นัด  ส่วนในเรื่องของดาวซัลโว อันดับที่ 1 เป็นของ ดิเอโก้ คอสต้า ยิงไปแล้ว 6 ประตู อันดับที่ 2 แซร์จิโอ อากูเอโร่  ยิงไปแล้ว 5 ประตู  และอันดับที่ 3 มิเชล อันโตนิโอ ยิงไปแล้ว 5 ประตู