“ชุดขาว” ที่ไม่มีโด้

ระบบการทำทีมของซีเนอดีน ซีดาน อดีตยอดนักเตะ และกุนซือของเรอัล มาดริดในปัจจุบันที่จะใช้ระบบโรเตชั่นเข้ามาช่วยสร้างความสดให้กับนักเตะ ได้ผลเป็นอย่างยิ่งในช่วงที่ผ่านมา ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ถึง 2 สมัยซ้อน ซึ่งไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน รวมถึงแชมป์ลา ลีก้า สเปน ที่กระชากแชมป์มาจากบาร์เซโลน่า คู่ปรับตลอดกาลได้อีกด้วย ซึ่งจากระบบโรเตชั่นนี้ทำให้ทีมสร้างนักเตะดาวดังให้ทีมได้อีกด้วย อย่างมาร์โก อเซนซิโอ ปีกตัวจี๊ดที่กำลังโชว์ฟอร์มเฉิดฉายในตอนนี้ก็เกิดมาจากระบบในยุคของซีดานด้วย ซึ่งด้วยโปรแกรมที่ทั้งในลีก บอลถ้วย รวมถึงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ทีม “ราชันย์ชุดขาว” มีเกมเตะต่อฤดูกาลค่อนข้างมาก ซึ่งการโรเตชั่นช่วยให้นักเตะตัวหลักได้พักในเวลาที่เหมาะสม ทำให้ผลงานออกมาดีอยู่ตลอด และเป็นปัจจัยในความสำเร็จของทีมในเวลานี้

แต่จากการติดโทษแบนถึง 5 นัดของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดนักเตะชาวโปรตุกีสของทีม ที่ไปโดนใบแดงในนัดที่ทีมบุกเอาชนะบาร์เซโลน่าได้ 3-1 ในศึกสแปนิช ซุเปอร์ คัพ ข้อหาผลักผู้ตัดสิน ทำให้เรอัล มาดริด ประสบปัญหาในการจบสกอร์ได้เหมือนกัน เนื่องจากไม่มีผู้เล่นคนไหนมีประสิทธิภาพในการจบสกอร์ได้เท่าอดีตดาวเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรายนี้อีกแล้ว และทำให้แชมป์เก่าหลุดเสมอในบ้านไปถึง 2 นัด ที่พบกับบาเลนเซีย และเลบานเต้ ซึ่งเสียหายเป็นอย่างยิ่ง และออกสตาร์ตตามหลังบาร์เซโลน่าไปถึง 4 คะแนนแล้ว รวมถึงการบาดเจ็บของคาริม เบนเซม่า กองหน้าตัวหลักของทีมด้วย ที่ทำให้ตอนนี้ทีมกำลังขาดแคลนกองหน้าตัวเป้า ซึ่งหลังจากที่ขายอัลบาโร่ โมราต้าให้กับเชลซีแล้ว สโมสรก็ไม่ได้ทำการซื้อใครเข้ามาทดแทน ทำให้ไม่มีตัวสำรองมาช่วยทดแทนในช่วงเวลาแบบนี้ อีกทั้งแกเร็ธ เบล ปีกอดีตดาวเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่สุดยอดเหมือนในช่วง 2-3 ปีก่อน

แต่หลังจากนี้การชดใช้โทษแบนของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ได้หมดลงแล้ว และคงจะเป็นช่วงเวลาโกยแต้ม และโกยประตูของผู้เล่นหมายเลข 7 คนนี้อีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวพึ่งกดไป 2 ประตูในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เปิดซานติอาโก้ เบอร์นาเบวเอาชนะอโปเอล นิโคเซีย ทีมจากไซปรัสไปได้ 3-0 แสดงให้เห็นว่าโรนัลโด้ยังมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งในทีมของผู้จัดการทีมหัวใสชาวฝรั่งเศส

คอนเต้ กับภารกิจป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก 2017-2018

 

เมื่อฤดูกาลที่แล้วต้องบอกเลยว่าเราต้องขอแสดงความยินดีด้วยกับสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ทีมในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นอีกหนึ่งสมัย พร้อมกับการฉลองสุดยิ่งใหญ่อีกครั้งที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ รังเหย้าของพวกเขาเอง เมื่อฤดูกาลที่แล้วสิงห์บลู เชลซีภายใต้การทำทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือขาวอิตาลี ที่เข้าปรับเปลี่ยนระบบใหม่หมดจากเดิมที่เชลซีเคยเล่นระบบแบบนี้ ก็กลับกลายเป็นระบบของคอนเต้ ที่ทำให้เหล่าแฟนบอลและคอบอลพรีเมียร์ลีก ต่างสงสัยและงงกับระบบของคอนเต้เป็นอย่างมากกับระบบ 3-4-3 แน่นอนหลายคนก็บอกว่า แผนนี้แทคติกนี้ คงไม่เหมาะสมกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษเป็นอย่างมาก ก็เป็นเรื่องที่ทำให้คอนเต้ ต้องพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าระบบนี้ เป็นระบบที่สามารถใช้ในอังกฤษได้ เขาก็สามารถพิสูจน์ได้แล้ว ในฤดูกาลที่แล้วของเชลซี จนมีหลายทีมในพรีเมียร์ลีก ก็ได้ทดลองและลองใช้งานกันอย่างมากมาย แน่นอนว่าระบบนี้ด้วยสไตล์บอลอังกฤษที่มีความรวดเร็ว โดดเด่นด้วยปีกที่เล่นแบบกัดไม่ปล่อย ก็ทำให้หลายทีมแม้กระทั่งเชลซีนั้น ก้ยังมีความผิดพลาดบ้างเป็นบ้างจังหวะ โดยเฉพาะแนวรับ แต่แน่นอนว่าการมาของ ดาวิด ลุยซ์ ตัวหลักของทีม ที่เคยเล่นให้กับเชลซีมาก่อน ก็เข้าใจกับระบบนี้ที่คอนเต้สั่งการมา เขาก็ช่วยแนวรับได้เป็นอย่างดี อาจจะมีเสียบ้างบางจังหวะ แต่คอนเต้ก็ยังไว้ใจให้ลงสนามด้วยอายุที่มากกว่าแข้งคนอื่นประสบการณ์มากกว่าก็สามารถช่วยบัญชาการเกมแนวรับได้  แต่ก็ส่งผลให้เชลซีเป็นแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว   แน่นอนว่า เคยมีคำกล่าวไว้ว่า การเป็นแชมป์นั้นยาก แต่การรักษาแชมป์นี้ยากยิ่งกว่า ฤดูกาลนี้เชลซี มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างมาก ได้อิมพอร์ตนักเตะเข้ามาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ติเอมูเอ้ บากาโยโก กองกลางที่เข้ามาแทนที่ เมมันย่า มาติซ ที่ย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด กองหน้าอย่าง อัลบาโร่ โมราต้า ที่ย้ายมาจากเรอัลมาดริด  กองหลังอย่าง อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ที่ย้ายมาจาก เอแอส โรม่า และวิลลี่ กาบาเยโร่จากแมนซิตี้ แน่นอนว่าฤดุกาลนี้ คอนเต้ ยังคงทำงานอย่างหนัก คิด วิเคราะห์ แยกแยะในเรื่องราวของการคุมทัพอย่างไรให้มีประสิทธิภาพพร้อมเก็บแต้มให้ได้มากที่สุดเดินหน้าป้องกันแชมป์อีกสมัย โดยลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปแล้วสองนัด ชนะ 1 แพ้ 1 โดยเกมแรกก็แพ้เบิร์นลีย์ 2-3 และเกมนัดล่าสุดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา เอาชนะ ท็อตแน่มฮอตสเปอร์ส 1-2 อีกสามสิบหกนัดที่เหลือเราต้องมาดูกันว่า คอนเต้ จะยังทำหน้าที่ป้องกันแชมป์พร้อมกับชูถ้วยพรีเมียร์ลีกให้กับเชลซีได้อีกหรือไม่

Credit : thaibetclub.com

“โด้จิ๋ว” นำทัพลุ้นซิวรางวัลยอดเยี่ยมฟีฟ่าแห่งปีจันทร์นี้

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ดาวยิงของเรอัล มาดริด จ่อเตรียมรับรางวัลใหญ่อีกรายการ โดยเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล “เดอะ เบสต์ ฟีฟ่า” สาขานักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปี ร่วมกับลิโอเนล เมสซี่ และอองตวน กรีซมันน์ ในวันจันทร์นี้

ฟีฟ่า เตรียมฉลองการมอบรางวัลให้แก่แข้งที่ฟอร์มฮ็อตที่สุดประจำปี เป็นปีที่ 25 และหลังจากที่องค์การลูกหนัง แยกทางกับนิตยสารฟร็องซ์ ฟุตบอล ผู้จัดรางวัลรางวัลบัลลงดอร์ ทำให้เกิดชื่อรางวัลใหม่ปีนี้ที่ชื่อว่า “เดอะ เบสต์ ฟีฟ่า ฟุตบอล อวอร์ดส์” (The Best FIFA Football Awards)

งานปฐมฤกษ์สำหรับรางวัลนี้จะจัดขึ้นที่นครซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันจันทร์ ซึ่งยอดแข้งชาวโปรตุกีส หวังจะคว้ารางวัลส่วนตัวอีกหนึ่งรายการต่อจาก บัลลงดอร์ ที่เพิ่งได้รับเมื่อปลายปี 2016

โรนัลโด้ พา “ราชันชุดขาว” คว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองอีกสมัย และยังพาทีมชาติโปรตุเกส คว้าแชมป์ยูโร 2016 เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์ ทำให้เขาเบียดทั้งคู่แข่งตัวฉกาจอย่างเมสซี่ รวมถึงกรีซมันน์ สตาร์แอตเลติโก้ มาดริด ด้วย และรางวัลล่าสุดของฟีฟ่า ทั้งสามยอดนักเตะจะได้ลุ้นรางวัลร่วมกันอีกครั้ง ในสาขารางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปี 2016

นอกจากนี้ ฟีฟ่ายังเตรียมมอบอีกหลายรางวัล อาทิ ฟีฟ่า ฟิฟโปร เวิลด์ 11 หรือทีมยอดเยี่ยมแห่งปี รวมถึงรางวัลโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปี ที่มีชื่อของสามกุนซือท็อปฟอร์มอย่าง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือเลสเตอร์ ซิตี้, แฟร์นานโด ซานโตส นายใหญ่ทีมชาติโปรตุเกส และซีเนดีน ซีดาน บอสของเรอัล มาดริด

รางวัลเดอะ เบสต์ ฟีฟ่า ที่เตรียมประกาศผู้ชนะในคืนวันจันทร์นี้ ได้แก่ รางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยม, รางวัลนักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยม, ทีมยอดเยี่ยม, โค้ชชายยอดเยี่ยม, โค้ชหญิงยอดเยี่ยม, ปุสกัส อวอร์ด (รางวัลประตูยอดเยี่ยม), ทีมแฟร์เพลย์ยอดเยี่ยม และ แฟน อวอร์ด (แฟนบอลยอดเยี่ยม)